สิทธิมนุษยชนและการปฏิบัติด้านแรงงาน
เป้าหมายและผลการดำเนินงาน

การสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน




ผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้อง
ความมุ่งมั่นและเป้าหมาย
บริษัท ศิครินทร์ จำกัด (มหาชน) ยึดมั่นในการเคารพสิทธิมนุษยชนและการปฏิบัติด้านแรงงานอย่างเป็นธรรมในทุกกระบวนการที่เกี่ยวข้องกับการให้บริการทางการแพทย์และการดำเนินธุรกิจตลอดห่วงโซ่คุณค่า บริษัทฯ ตระหนักว่าศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ความเท่าเทียม การไม่เลือกปฏิบัติ และการมีสภาพแวดล้อมการทำงานที่ปลอดภัย เป็นรากฐานสำคัญของการให้บริการทางการแพทย์ที่มีคุณภาพ และมีความเชื่อมโยงโดยตรงกับความปลอดภัยของผู้ป่วย ความเชื่อมั่นของผู้รับบริการ และความยั่งยืนขององค์กรในระยะยาว
ขอบเขตการดำเนินงานของบริษัทฯ ครอบคลุมพนักงานทุกระดับ บุคลากรทางการแพทย์ พนักงานสนับสนุน ผู้รับเหมา คู่ค้า ผู้รับบริการ ชุมชน และผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้อง โดยบริษัทฯ มุ่งดูแลให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างสอดคล้องกับกฎหมาย มาตรฐานแรงงาน แนวปฏิบัติด้านสิทธิมนุษยชน และหลักธรรมาภิบาลที่เหมาะสมกับบริบทธุรกิจโรงพยาบาล
สำหรับบริษัทฯ ประเด็นด้านการปฏิบัติด้านแรงงาน รวมถึงความหลากหลายและการอยู่ร่วมกัน เป็นองค์ประกอบสำคัญที่เชื่อมโยงอยู่ภายใต้กรอบการเคารพสิทธิมนุษยชนและการดูแลบุคลากรอย่างเหมาะสม บริษัทฯ จึงให้ความสำคัญกับการดำเนินงานในประเด็นดังกล่าวอย่างต่อเนื่องและเชื่อมโยงกัน ทั้งในมิติของการไม่เลือกปฏิบัติ การสร้างโอกาสที่เหมาะสม การดูแลสภาพแวดล้อมในการทำงาน และการส่งเสริมวัฒนธรรมองค์กรที่เคารพความแตกต่าง
ความท้าทายและโอกาสทางธุรกิจ
บริษัท ศิครินทร์ จำกัด (มหาชน) เผชิญกับความท้าทายในการบริหารจัดการแรงงานในอุตสาหกรรมการแพทย์ที่ต้องคำนึงถึงความเป็นธรรม เนื่องจากความต้องการบุคลากรที่มีทักษะสูงและชั่วโมงการทำงานที่อาจส่งผลต่อคุณภาพชีวิตของพนักงาน อุตสาหกรรมนี้ต้องรับมือกับความคาดหวังจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ไม่ว่าจะเป็นนักลงทุน หน่วยงานกำกับดูแล หรือองค์กรจัดอันดับด้านความยั่งยืน ที่ให้ความสำคัญกับการเปิดเผยข้อมูลด้านสิทธิมนุษยชนและการปฏิบัติด้านแรงงาน รวมถึงการบริหารความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับการละเมิดสิทธิแรงงาน การสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่หลากหลายและเท่าเทียมยังเป็นอีกหนึ่งความท้าทาย แม้ว่าจะมีการยอมรับความหลากหลายทางเพศ เชื้อชาติ อายุ และความสามารถทางกายภาพเพิ่มมากขึ้น แต่การสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ส่งเสริมการยอมรับและปฏิบัติอย่างเสมอภาคยังคงต้องได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตาม บริษัท ศิครินทร์ จำกัด (มหาชน) มองเห็นโอกาสในการเป็นผู้นำด้านแนวปฏิบัติแรงงานที่เป็นธรรม ซึ่งจะช่วยสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ดี ลดอัตราการลาออกของพนักงาน และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันขององค์กรในการดึงดูดบุคลากรที่มีคุณภาพ การมีมาตรฐานด้านสิทธิมนุษยชนที่ชัดเจนและการดำเนินงานตามหลักจริยธรรมทางธุรกิจอย่างเคร่งครัดยังช่วยเสริมสร้างภาพลักษณ์ของบริษัทในฐานะองค์กรที่มีความรับผิดชอบต่อสังคมและสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกกลุ่ม นอกจากนี้ การส่งเสริมความหลากหลายและการยอมรับความแตกต่างจะช่วยยกระดับวัฒนธรรมองค์กร ทำให้บุคลากรสามารถทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ และกระตุ้นให้เกิดนวัตกรรมใหม่ๆ ที่จะนำไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนในระยะยาว

แนวทางการบริหารจัดการและการสร้างคุณค่า
บริษัท ศิครินทร์ จำกัด (มหาชน) มุ่งมั่นในการปกป้องและส่งเสริมสิทธิมนุษยชน รวมถึงแนวปฏิบัติด้านแรงงานที่เป็นธรรมในทุกกระบวนการดำเนินธุรกิจ โดยยึดมั่นในมาตรฐานสากล เช่น ปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน (UDHR) หลักการชี้นำของสหประชาชาติว่าด้วยธุรกิจและสิทธิมนุษยชน (UNGPs) และอนุสัญญาขององค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) เพื่อให้มั่นใจว่าการดำเนินธุรกิจของบริษัทส่งเสริมความเป็นธรรม ปลอดภัย และเคารพศักดิ์ศรีของบุคลากรทุกระดับ บริษัทให้ความสำคัญกับการปฏิบัติต่อพนักงานอย่างเป็นธรรม โดยจัดให้มีค่าตอบแทนและสวัสดิการที่เหมาะสม สนับสนุนเสรีภาพในการสมาคม และป้องกันการใช้แรงงานเด็ก แรงงานบังคับ และการเลือกปฏิบัติในการจ้างงาน

บริษัทฯ ดำเนินงานด้านสิทธิมนุษยชนและแรงงานโดยให้ความสำคัญกับหลักการเคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ความเสมอภาค การไม่เลือกปฏิบัติ และการปฏิบัติต่อบุคลากรอย่างเป็นธรรม ครอบคลุมการจ้างงาน ค่าตอบแทนและสวัสดิการ การพัฒนาศักยภาพ สภาพแวดล้อมการทำงาน การป้องกันการคุกคาม และการเคารพสิทธิของผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้อง
บริษัทฯ ไม่สนับสนุนการใช้แรงงานเด็ก แรงงานบังคับ หรือแรงงานต่างด้าวที่ผิดกฎหมาย และให้ความสำคัญกับการดำเนินงานให้สอดคล้องกับข้อกำหนดทางกฎหมายและมาตรฐานแรงงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมส่งเสริมให้ผู้เกี่ยวข้องในห่วงโซ่คุณค่าดำเนินงานบนหลักการที่สอดคล้องกับการเคารพสิทธิมนุษยชนและการปฏิบัติด้านแรงงานที่เหมาะสม

บริษัทฯ ดำเนินการประเมินความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนเพื่อระบุ ประเมิน และติดตามประเด็นที่อาจส่งผลกระทบต่อผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้อง ทั้งในส่วนของการดำเนินงานของบริษัทฯ และห่วงโซ่คุณค่า โดยครอบคลุมหน่วยงานภายใน ผู้รับเหมา และคู่ค้าลำดับที่ 1 การดำเนินงานดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของแนวทางการตรวจสอบด้านสิทธิมนุษยชนของบริษัทฯ เพื่อให้สามารถเข้าใจความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากลักษณะงาน สภาพแวดล้อมการทำงาน และความสัมพันธ์ทางธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานของโรงพยาบาล
ในปี 2568 บริษัทฯ ได้ประเมินหน่วยงานภายในของบริษัท 2 จาก 3 หน่วยงาน หรือ 67% และประเมินผู้รับเหมาและคู่ค้าลำดับที่ 1 จำนวน 294 ราย หรือ 30% ของจำนวนทั้งหมด ผลการประเมินไม่พบประเด็นความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนที่มีนัยสำคัญ อย่างไรก็ดี บริษัทฯ ยังคงให้ความสำคัญกับการติดตามผล การทบทวนกระบวนการ และการพัฒนาระบบประเมินให้ครอบคลุมและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เพื่อให้การบริหารจัดการด้านสิทธิมนุษยชนสามารถตอบสนองต่อบริบทความเสี่ยงที่เปลี่ยนแปลงไปได้อย่างเหมาะสม
การประเมินดังกล่าวยังช่วยให้บริษัทฯ สามารถเชื่อมโยงประเด็นด้านสิทธิมนุษยชนเข้ากับการบริหารความเสี่ยง การกำกับดูแลคู่ค้า และการพัฒนากระบวนการทำงานภายในองค์กรได้ชัดเจนขึ้น โดยเฉพาะในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับแรงงาน ความปลอดภัย การไม่เลือกปฏิบัติ และสภาพแวดล้อมการทำงานของผู้ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานของบริษัทฯ

บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการป้องกันการใช้แรงงานเด็ก แรงงานบังคับ และแรงงานต่างด้าวที่ผิดกฎหมายในทุกกระบวนการดำเนินงาน รวมถึงการปฏิบัติต่อบุคลากรทุกคนอย่างเท่าเทียมและไม่เลือกปฏิบัติ ไม่ว่าจะเป็นด้านเพศ อายุ ศาสนา เชื้อชาติ สัญชาติ ความพิการ สถานะทางสังคม หรือความแตกต่างอื่นใดที่ไม่เกี่ยวข้องกับความสามารถในการทำงาน
ในปี 2568 บริษัทฯ ไม่พบกรณีการละเมิดสิทธิมนุษยชน ซึ่งสะท้อนการกำกับดูแลด้านแรงงานและสิทธิมนุษยชนที่บริษัทฯ ให้ความสำคัญอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ บริษัทฯ ยังคงมุ่งสื่อสารแนวปฏิบัติที่เหมาะสมแก่บุคลากรและผู้เกี่ยวข้อง เพื่อให้หลักการเคารพสิทธิมนุษยชนถูกนำไปปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรมในชีวิตการทำงานประจำวัน

บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการปฏิบัติด้านแรงงานที่เป็นธรรม ครอบคลุมตั้งแต่การจ้างงาน การดูแลค่าตอบแทนและสวัสดิการ การพัฒนาศักยภาพ การประเมินผลการปฏิบัติงาน การสร้างความผูกพันกับองค์กร และการจัดสภาพแวดล้อมการทำงานที่เหมาะสมกับลักษณะงานของบุคลากรแต่ละกลุ่ม
ในบริบทของธุรกิจโรงพยาบาล บุคลากรถือเป็นรากฐานสำคัญของคุณภาพการรักษาพยาบาลและความไว้วางใจของผู้รับบริการ บริษัทฯ จึงมุ่งส่งเสริมการพัฒนาบุคลากรอย่างต่อเนื่อง ทั้งในด้านทักษะวิชาชีพ ความสามารถในการทำงานร่วมกัน ความเข้าใจต่อมาตรฐานบริการ และการปฏิบัติงานภายใต้หลักความปลอดภัยและจริยธรรม เพื่อให้บุคลากรสามารถเติบโตไปพร้อมกับองค์กรและสนับสนุนการให้บริการทางการแพทย์ที่มีคุณภาพ
การดูแลบุคลากรของบริษัทฯ ยังเชื่อมโยงกับการบริหารความต่อเนื่องของบริการทางการแพทย์ เนื่องจากโรงพยาบาลจำเป็นต้องมีบุคลากรที่พร้อมปฏิบัติงาน มีทักษะที่เหมาะสม และมีสภาพแวดล้อมการทำงานที่เอื้อต่อการให้บริการอย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ การบริหารจัดการแรงงานอย่างเป็นระบบจึงเป็นทั้งกลไกด้านทรัพยากรบุคคลและกลไกสำคัญในการรักษาคุณภาพบริการขององค์กร

บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการดูแลค่าตอบแทนและสวัสดิการของพนักงานอย่างเหมาะสมและเป็นธรรม โดยคำนึงถึงลักษณะงาน ความรับผิดชอบ ความสามารถ ผลการปฏิบัติงาน และข้อกำหนดทางกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เพื่อสนับสนุนให้บุคลากรมีคุณภาพชีวิตที่ดี มีแรงจูงใจในการทำงาน และสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพในบริบทธุรกิจโรงพยาบาลที่ต้องให้บริการอย่างต่อเนื่อง
นอกจากการดูแลด้านค่าตอบแทนและสวัสดิการ บริษัทฯ ยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาศักยภาพและโอกาสความก้าวหน้าในอาชีพของบุคลากร ผ่านการส่งเสริมการเรียนรู้ การพัฒนาทักษะที่เกี่ยวข้องกับงาน การเสริมสร้างความสามารถในการทำงานร่วมกัน และการสนับสนุนให้พนักงานเติบโตตามศักยภาพของตนเอง การดำเนินงานดังกล่าวช่วยเสริมความพร้อมของบุคลากร ยกระดับคุณภาพการให้บริการ และสนับสนุนการรักษาบุคลากรที่มีความสามารถให้อยู่กับองค์กรในระยะยาว

บริษัทฯ ส่งเสริมวัฒนธรรมองค์กรที่เคารพความหลากหลาย ความเท่าเทียม และการอยู่ร่วมกันอย่างเหมาะสม โดยมุ่งให้บุคลากรทุกกลุ่มได้รับโอกาสในการทำงาน การพัฒนา และการเติบโตบนพื้นฐานของความสามารถ ศักยภาพ และผลการปฏิบัติงาน
ในปี 2568 พนักงานหญิงคิดเป็น 84.73% ของพนักงานทั้งหมด ซึ่งสะท้อนลักษณะโครงสร้างแรงงานของธุรกิจบริการทางการแพทย์และบทบาทสำคัญของบุคลากรหญิงในการขับเคลื่อนคุณภาพบริการขององค์กร บริษัทฯ ยังคงมุ่งดูแลให้บุคลากรทุกกลุ่มได้รับการปฏิบัติอย่างเหมาะสมและเป็นธรรมบนหลักการไม่เลือกปฏิบัติ

บริษัทฯ มองว่าคุณภาพชีวิตและสุขภาวะของพนักงานเป็นทุนมนุษย์ที่ส่งผลโดยตรงต่อความปลอดภัยของผู้ป่วย ประสบการณ์ของผู้รับบริการ และความสามารถในการรักษามาตรฐานการรักษาพยาบาลในระยะยาว บริษัทฯ จึงให้ความสำคัญกับการดูแลความเป็นอยู่ที่ดีของพนักงาน ทั้งในด้านสวัสดิการ สภาพแวดล้อมการทำงาน การพัฒนาศักยภาพ การสื่อสารภายใน และการสร้างความผูกพันกับองค์กร
ในปี 2568 ผลการสำรวจความผูกพันของพนักงานอยู่ที่ 84.75% ซึ่งเป็นข้อมูลสำคัญที่บริษัทฯ ใช้ประกอบการพัฒนาแนวทางการบริหารบุคลากร การดูแลแรงจูงใจ และการสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่สนับสนุนการมีส่วนร่วม ความรับผิดชอบ และการเติบโตไปพร้อมกันของพนักงานและองค์กร

บริษัทฯ ส่งเสริมการสื่อสารและการมีส่วนร่วมของบุคลากรอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้พนักงานเข้าใจแนวทางด้านสิทธิมนุษยชน การปฏิบัติด้านแรงงาน การไม่เลือกปฏิบัติ ความปลอดภัย และวัฒนธรรมการทำงานที่เคารพซึ่งกันและกัน
บริษัทฯ ยังสนับสนุนกิจกรรมที่ช่วยสร้างความสัมพันธ์ ความร่วมมือ และความเป็นหนึ่งเดียวภายในองค์กร เพื่อให้บุคลากรมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนองค์กรและเกิดความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาองค์กรในระยะยาว

บริษัทฯ เคารพสิทธิของพนักงานในการแสดงความคิดเห็น การให้ข้อเสนอแนะ และการมีส่วนร่วมในการพัฒนาองค์กรผ่านช่องทางและกระบวนการที่เหมาะสม โดยมุ่งให้พนักงานสามารถสะท้อนมุมมอง ข้อกังวล หรือข้อเสนอแนะที่เกี่ยวข้องกับการทำงานได้อย่างสร้างสรรค์และปลอดภัย ภายใต้กรอบของกฎหมาย ข้อบังคับ และแนวปฏิบัติของบริษัทฯ
การเปิดรับความคิดเห็นของพนักงานช่วยให้บริษัทฯ เข้าใจประเด็นที่เกิดขึ้นในการปฏิบัติงานจริง สามารถนำข้อมูลไปใช้ประกอบการปรับปรุงกระบวนการทำงาน การดูแลบุคลากร และการยกระดับสภาพแวดล้อมการทำงานได้อย่างเหมาะสม ทั้งยังช่วยเสริมสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่เปิดกว้าง รับฟัง และเคารพซึ่งกันและกัน ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของการทำงานร่วมกันในธุรกิจโรงพยาบาลที่ต้องอาศัยความร่วมมือจากบุคลากรหลายวิชาชีพ

บริษัทฯ จัดให้มีช่องทางการร้องเรียนและการแจ้งเบาะแสที่ผู้มีส่วนได้เสียสามารถเข้าถึงได้ โดยมุ่งให้กระบวนการรับเรื่อง การพิจารณา และการติดตามผลเป็นไปอย่างโปร่งใส เป็นธรรม และคุ้มครองผู้แจ้งเบาะแสอย่างเหมาะสม กลไกดังกล่าวช่วยให้บริษัทฯ สามารถรับทราบประเด็นที่อาจเกี่ยวข้องกับสิทธิมนุษยชน แรงงาน จริยธรรม และการปฏิบัติที่ไม่เหมาะสมได้อย่างทันท่วงที
หากพบประเด็นที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบ บริษัทฯ จะดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง ประเมินผลกระทบ และพิจารณามาตรการแก้ไขหรือเยียวยาที่เหมาะสม โดยเชื่อมโยงกระบวนการดังกล่าวกับการบริหารความเสี่ยงและการกำกับดูแลด้านความยั่งยืน เพื่อให้การจัดการข้อร้องเรียนไม่เป็นเพียงการแก้ไขเฉพาะกรณี แต่เป็นส่วนหนึ่งของการปรับปรุงระบบบริหารจัดการขององค์กร
กลไกดังกล่าวมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการบริหารจัดการด้านสิทธิมนุษยชน เนื่องจากช่วยให้ผู้มีส่วนได้เสียสามารถสะท้อนข้อกังวลหรือเหตุการณ์ที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบได้อย่างเหมาะสม และช่วยให้บริษัทฯ สามารถตอบสนองต่อประเด็นต่าง ๆ ได้อย่างเป็นระบบ โปร่งใส และสอดคล้องกับหลักการกำกับดูแลที่ดี

บริษัทฯ ตระหนักว่าการเคารพสิทธิมนุษยชนและการปฏิบัติด้านแรงงานที่เป็นธรรมไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะภายในองค์กร แต่ยังเกี่ยวข้องกับผู้รับเหมา คู่ค้า และผู้เกี่ยวข้องในห่วงโซ่คุณค่า บริษัทฯ จึงให้ความสำคัญกับการประเมินและติดตามประเด็นด้านสิทธิมนุษยชนในกลุ่มผู้รับเหมาและคู่ค้าลำดับที่ 1 เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานอย่างรับผิดชอบตลอดห่วงโซ่คุณค่า
ในปี 2568 บริษัทฯ ได้ประเมินผู้รับเหมาและคู่ค้าลำดับที่ 1 จำนวน 294 ราย หรือ 30% ของจำนวนทั้งหมด โดยไม่พบประเด็นความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนที่มีนัยสำคัญ การดำเนินงานดังกล่าวช่วยให้บริษัทฯ สามารถขยายแนวทางการเคารพสิทธิมนุษยชนไปยังกลุ่มผู้เกี่ยวข้องภายนอกองค์กร และสร้างความเข้าใจร่วมกันเกี่ยวกับมาตรฐานแรงงานและพฤติกรรมทางธุรกิจที่เหมาะสม
บริษัทฯ จะยังคงพัฒนากระบวนการติดตามและการมีส่วนร่วมกับคู่ค้า ผู้รับเหมา และผู้เกี่ยวข้อง เพื่อยกระดับมาตรฐานการดำเนินงานด้านแรงงานและสิทธิมนุษยชนร่วมกันอย่างต่อเนื่อง และสนับสนุนให้ห่วงโซ่คุณค่าของบริษัทฯ มีความรับผิดชอบ โปร่งใส และสอดคล้องกับความคาดหวังของผู้มีส่วนได้เสียมากยิ่งขึ้น
โครงการของเรา
โครงการความยั่งยืนของศิครินทร์มุ่งเน้นประเด็นด้าน ESG ผลประกอบการทางการเงิน สุขภาพของชุมชน การลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และการส่งเสริมสวัสดิการพนักงาน
กิจกรรมของเรา
กิจกรรมด้านสุขภาพชุมชน สวัสดิการพนักงาน นวัตกรรม และการส่งเสริม ESG เพื่อความยั่งยืนในทุกมิติ