เป้าหมายและผลการดำเนินงาน

การสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน

เป้าหมายที่ 1:
ขจัดความยากจน
เป้าหมายที่ 3:
สุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี
เป้าหมายที่ 11:
เมืองและชุมชนที่ยั่งยืน

ผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้อง

ผู้รับบริการ

ความมุ่งมั่นและเป้าหมาย

ภายใต้วิสัยทัศน์ขององค์กร บริษัท ศิครินทร์ จำกัด (มหาชน) ให้ความสำคัญสูงสุดกับความปลอดภัยของผู้ป่วยในฐานะรากฐานสำคัญของการให้บริการทางการแพทย์ที่มีคุณภาพและการสร้างความไว้วางใจในระยะยาว บริษัทฯ มุ่งมั่นพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางการแพทย์ ระบบบริหารจัดการ เทคโนโลยี และศักยภาพของบุคลากร เพื่อให้กระบวนการดูแลรักษามีความปลอดภัย มีประสิทธิภาพ และสอดคล้องกับมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง

สำหรับธุรกิจโรงพยาบาล ความปลอดภัยของผู้ป่วยไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการลดข้อผิดพลาดทางการแพทย์ แต่ครอบคลุมตั้งแต่การยืนยันตัวตนผู้ป่วย การบริหารยาอย่างปลอดภัย การควบคุมและป้องกันการติดเชื้อ การสื่อสารระหว่างทีมรักษา การให้ข้อมูลแก่ผู้ป่วยและญาติ การติดตามผลหลังการรักษา ไปจนถึงการบริหารความต่อเนื่องของบริการในสถานการณ์ฉุกเฉิน บริษัทฯ จึงกำหนดให้ความปลอดภัยของผู้ป่วยเป็นส่วนหนึ่งของระบบคุณภาพ การบริหารความเสี่ยง และวัฒนธรรมการทำงานขององค์กร

สรุปความพึงพอใจรวม 2566 2567 2568 เป้าหมายไม่น้อยกว่า
ความพึงพอใจของผู้ป่วยนอก (OPD) 97.98% 96.81% 97.71% 98.00%
ความพึงพอใจของผู้ป่วยใน (IPD) 99.19% 98.55% 99.22% 98.00%

ความท้าทายและโอกาสทางธุรกิจ

ปัจจุบันระบบบริการทางการแพทย์เผชิญกับความท้าทายหลายประการ ทั้งความซับซ้อนของกระบวนการรักษาพยาบาล ความต้องการของผู้ป่วยที่เพิ่มขึ้น และการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี บริษัทเล็งเห็นถึงความจำเป็นในการพัฒนาแนวทางการจัดการด้านความปลอดภัยของผู้ป่วยเพื่อลดความเสี่ยงจากข้อผิดพลาดทางการแพทย์ ปรับปรุงมาตรฐานบริการ และเพิ่มขีดความสามารถของบุคลากรทางการแพทย์

ในขณะเดียวกัน ความก้าวหน้าของเทคโนโลยีดิจิทัล เช่น ระบบเวชระเบียนอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Medical Records - EMR) และปัญญาประดิษฐ์ (AI) ช่วยให้บริษัทสามารถปรับปรุงคุณภาพการรักษา ลดโอกาสเกิดข้อผิดพลาด และเพิ่มความแม่นยำในการวินิจฉัย

แนวทางการบริหารจัดการและการสร้างคุณค่า

บริษัทฯ บริหารจัดการความปลอดภัยของผู้ป่วยผ่านการผสานระบบคุณภาพ มาตรฐานการรักษา การบริหารความเสี่ยง เทคโนโลยีทางการแพทย์ และการมีส่วนร่วมของผู้ป่วยเข้าด้วยกัน โดยมุ่งให้ทุกขั้นตอนของการให้บริการสามารถควบคุมความเสี่ยงได้อย่างเหมาะสมและตรวจสอบย้อนกลับได้

แนวทางดังกล่าวช่วยสร้างคุณค่าในหลายมิติ ทั้งการลดโอกาสเกิดเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์ การเสริมความเชื่อมั่นของผู้รับบริการ การยกระดับประสิทธิภาพการทำงานของบุคลากร และการสนับสนุนให้โรงพยาบาลสามารถให้บริการได้อย่างต่อเนื่องแม้ในบริบทที่มีความซับซ้อนมากขึ้น

ระบบคุณภาพ มาตรฐาน และการเรียนรู้จากอุบัติการณ์

บริษัทฯ ดำเนินงานด้านความปลอดภัยของผู้ป่วยโดยอ้างอิงแนวทางสากลด้าน Patient Safety และมาตรฐานคุณภาพสถานพยาบาลที่เกี่ยวข้อง เช่น Joint Commission International (JCI), Hospital Accreditation (HA) และข้อกำหนดของหน่วยงานกำกับดูแลภายในประเทศ เพื่อให้กระบวนการดูแลรักษามีความสอดคล้องกับแนวปฏิบัติที่ได้รับการยอมรับ

บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับระบบการรายงานอุบัติการณ์และการเรียนรู้จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยใช้แนวทางการวิเคราะห์สาเหตุราก หรือ Root Cause Analysis เพื่อทำความเข้าใจปัจจัยที่นำไปสู่ความคลาดเคลื่อนหรือเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์ และนำผลการวิเคราะห์ไปกำหนดมาตรการแก้ไขและป้องกันการเกิดซ้ำ

ระบบดังกล่าวสะท้อนแนวทางการบริหารความปลอดภัยที่มุ่งเน้นการเรียนรู้มากกว่าการลงโทษ และช่วยให้บุคลากรสามารถรายงานประเด็นด้านความปลอดภัยได้อย่างเหมาะสม การสร้างวัฒนธรรมการรายงานและการเรียนรู้ร่วมกันเป็นกลไกสำคัญที่ทำให้การปรับปรุงระบบคุณภาพเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง

การควบคุมและป้องกันการติดเชื้อในโรงพยาบาล

การควบคุมและป้องกันการติดเชื้อในโรงพยาบาลเป็นหนึ่งในหัวใจสำคัญของความปลอดภัยของผู้ป่วย เนื่องจากผู้ป่วยบางกลุ่มมีความเปราะบางสูง หรือมีความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนจากการติดเชื้อ บริษัทฯ จึงกำหนดแนวทางด้านสุขอนามัย การควบคุมเชื้อในพื้นที่ให้บริการทางการแพทย์ ห้องผ่าตัด และพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูงอย่างเหมาะสม

การดำเนินงานครอบคลุมการกำหนดแนวปฏิบัติด้าน Infection Control การใช้อุปกรณ์ป้องกัน การสื่อสารมาตรฐานการปฏิบัติงานให้แก่บุคลากร การจัดการของเสียทางการแพทย์อย่างปลอดภัย และการติดตามผลการปฏิบัติตามมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง เพื่อช่วยลดความเสี่ยงต่อผู้ป่วย บุคลากร และผู้มาใช้บริการ

เทคโนโลยีเพื่อสนับสนุนความปลอดภัยและลดความคลาดเคลื่อน

บริษัทฯ นำเทคโนโลยีมาใช้เป็นเครื่องมือสนับสนุนความปลอดภัยของผู้ป่วย โดยมุ่งเพิ่มความถูกต้องของข้อมูล ลดความคลาดเคลื่อน และสนับสนุนการตัดสินใจของทีมแพทย์ ระบบเวชระเบียนอิเล็กทรอนิกส์ หรือ Electronic Medical Records (EMR) ช่วยให้ข้อมูลการรักษามีความต่อเนื่องและลดความเสี่ยงจากข้อมูลที่ไม่ครบถ้วนหรือคลาดเคลื่อน

บริษัทฯ ยังนำระบบ Barcoding Medication Administration (BCMA) มาใช้เพื่อลดความเสี่ยงจากการให้ยาผิดพลาด ผ่านการตรวจสอบข้อมูลยาและผู้ป่วยด้วยบาร์โค้ดก่อนการจ่ายยา นอกจากนี้ การพัฒนา Telemedicine และระบบติดตามผู้ป่วยทางไกลยังช่วยลดความจำเป็นในการเดินทางมายังโรงพยาบาลในกรณีที่เหมาะสม ลดความเสี่ยงจากการสัมผัสเชื้อโดยไม่จำเป็น และสนับสนุนความต่อเนื่องของการติดตามอาการ

ในขณะเดียวกัน บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการพัฒนา HealthTech, AI และการวิเคราะห์ข้อมูล เพื่อสนับสนุนการติดตามสุขภาพ การประเมินความเสี่ยงเชิงรุก และการช่วยให้ทีมแพทย์สามารถดูแลผู้ป่วยได้อย่างทันท่วงทีมากขึ้น ทั้งนี้ การใช้เทคโนโลยีดังกล่าวเป็นกลไกสนับสนุนการตัดสินใจและการให้บริการ ไม่ใช่การทดแทนดุลยพินิจทางการแพทย์ของแพทย์ผู้รักษา

การฝึกอบรมและพัฒนาศักยภาพบุคลากร

ความปลอดภัยของผู้ป่วยขึ้นอยู่กับความพร้อมของบุคลากรทั้งด้านความรู้ ทักษะ การสื่อสาร และการทำงานเป็นทีม บริษัทฯ จึงจัดอบรมด้าน Patient Safety และ Infection Control อย่างต่อเนื่องให้แก่แพทย์ พยาบาล และบุคลากรทางการแพทย์ รวมถึงกลุ่มงานสนับสนุนที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการดูแลรักษา

หัวข้อการพัฒนาศักยภาพครอบคลุมการป้องกันข้อผิดพลาด การสื่อสารที่มีประสิทธิภาพระหว่างทีมรักษาและกับผู้ป่วย การบริหารจัดการความเสี่ยง พื้นฐานการบริหารงานคุณภาพ และการตอบสนองต่อเหตุฉุกเฉินอย่างเป็นระบบ ในบางบริบท บริษัทฯ ยังใช้การฝึกอบรมแบบจำลองสถานการณ์ เพื่อให้บุคลากรคุ้นเคยกับสถานการณ์ที่มีความซับซ้อนและสามารถปฏิบัติงานได้แม่นยำมากขึ้นเมื่อเกิดเหตุจริง

การพัฒนาบุคลากรในลักษณะนี้ช่วยให้ความปลอดภัยของผู้ป่วยไม่เป็นเพียงข้อกำหนดเชิงนโยบาย แต่กลายเป็นทักษะและพฤติกรรมในการทำงานประจำวันของบุคลากรทุกกลุ่ม

การมีส่วนร่วมของผู้ป่วยและญาติ

บริษัทฯ เชื่อว่าความปลอดภัยของผู้ป่วยไม่สามารถเกิดขึ้นได้จากบุคลากรทางการแพทย์เพียงฝ่ายเดียว แต่ต้องอาศัยการมีส่วนร่วมของผู้ป่วยและญาติในกระบวนการดูแลรักษา บริษัทฯ จึงให้ความสำคัญกับการสื่อสารข้อมูลที่จำเป็นแก่ผู้ป่วย เช่น การยืนยันตัวตนและข้อมูลการรักษา การทบทวนรายการยาและประวัติแพ้ยา การสอบถามเมื่อไม่มั่นใจ การปฏิบัติตามข้อแนะนำก่อนและหลังหัตถการ รวมถึงแนวทางดูแลตนเองหลังกลับบ้าน

บริษัทฯ ยังพัฒนา Patient Feedback System เพื่อรับฟังความคิดเห็นของผู้ป่วยเกี่ยวกับคุณภาพการรักษาและประสบการณ์การรับบริการ และนำข้อมูลดังกล่าวไปใช้ทบทวนกระบวนการดูแลรักษาอย่างเป็นระบบ การเชื่อมโยงผลสะท้อนจากผู้ป่วยกับการวิเคราะห์สาเหตุ การกำหนดผู้รับผิดชอบ และการติดตามผลหลังการปรับปรุง ช่วยให้การพัฒนาคุณภาพบริการตอบโจทย์ความคาดหวังของผู้รับบริการได้ดียิ่งขึ้น

การดูแลเชิงป้องกันและการให้คำปรึกษาด้านสุขภาพ

นอกเหนือจากการรักษาเมื่อเกิดอาการเจ็บป่วย บริษัทฯ ยังส่งเสริมให้ผู้ป่วยมีส่วนร่วมในการดูแลสุขภาพของตนเองผ่านการให้คำแนะนำด้านสุขภาพเชิงป้องกัน เช่น การให้คำปรึกษาด้านโภชนาการและสุขภาพแบบองค์รวมผ่าน BeBetter Wellness Center ตลอดจนการให้คำปรึกษาเชิงป้องกันผ่านศูนย์สุขภาพเฉพาะทางของบริษัทฯ เช่น สถาบันโรคหัวใจ และสถาบันทางเดินอาหารและตับ

แนวทางดังกล่าวช่วยลดความเสี่ยงของโรคเรื้อรังและภาวะแทรกซ้อนในระยะยาว และสนับสนุนให้ผู้รับบริการสามารถดูแลสุขภาพของตนเองได้อย่างต่อเนื่องมากขึ้น

การบริหารความเสี่ยงและความต่อเนื่องของบริการ

เพื่อให้การให้บริการทางการแพทย์สามารถดำเนินต่อไปได้แม้ในสถานการณ์ฉุกเฉิน บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับแผนความต่อเนื่องทางธุรกิจ หรือ Business Continuity Plan (BCP) ซึ่งครอบคลุมแนวทางการบริหารจัดการความเสี่ยงในกรณีเกิดโรคระบาด ภัยธรรมชาติ หรือเหตุการณ์ที่อาจส่งผลกระทบต่อการให้บริการทางการแพทย์

บริษัทฯ ยังให้ความสำคัญกับการบริหารความเสี่ยงในห่วงโซ่อุปทานที่อาจนำไปสู่ความล่าช้าหรือการขาดแคลนเวชภัณฑ์ ตลอดจนการจัดการด้านความปลอดภัยสิ่งแวดล้อมและสุขาภิบาลที่เกี่ยวข้องกับผู้ป่วย เช่น การจัดการขยะทางการแพทย์และของเสียอันตรายอย่างเหมาะสม เพื่อลดผลกระทบต่อสุขภาพของผู้ป่วยและชุมชนโดยรอบ